การจดทะเบียนบริษัท

มาดูวิธี Remove WordPress default jQuery ไม่ให้แสดงในหน้าเว็บ

จริงๆแล้วจะเป็นฟรีแลนซ์ต่อไปยังนี้มันก็ได้อยู่แหล่ะ แต่เริ่มรู้สึกว่ามันตันๆ แล้วก็มีประเด็นเรื่อง scale งานที่ไม่สามารถรับงานใหญ่ๆได้ ไปถึงเรื่องความน่าเชื่อถือ และเรื่องภาษี เลยคิดว่าถึงเวลาที่จะเดินไปอีกก้าวนึงซักที

ความคิดที่จะเปิดบริษัทของตัวเอง(จริงๆ) นี่มีมานานแล้ว แต่ก็ติดโน่นติดนี่ เช่น หาพาร์ทเนอร์ไม่ได้บ้าง กลัวว่าจะไม่รอดบ้าง เพื่อนถามบ้างว่าจะจดไปทำไม เรื่องเยอะนะ ไหนจะต้องทำบัญชีอีก ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ ไม่รู้ว่าการจดบริษัทเค้ามีขั้นตอนยังไง ก็เลยไม่ได้จดสักที (ทั้งๆที่มีคนให้บริการรับจดบริษัทเต็มไปหมด) จนในที่สุดก็พูดกับตัวเอง “เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน มาลองดูสักตั้ง” ตัดสินใจจะทำทุกอย่างเองไม่ได้ไปจ้างใคร ไม่ใช่ขี้เหนียวนะ แต่อยากรู้ว่าการจดบริษัทเนี่ยมันมีขั้นตอนยังไง อันนี้ได้แรงบันดาลใจบางส่วนมากจากพี่นู๋เนย ก็เลยอยากจะลองทำทุกอย่างด้วยตัวเองดูบ้าง ว่าแล้วก็ google คำว่า “จดบริษัทด้วยตัวเอง” ทำเป็นเล่นไป มีคนแชร์ไว้เยอะเลยนะ และทุกคนล้วนบอกว่าไม่ยากเลย ง่ายมั่กๆ (ส่วนตัวคิดว่า อะไรที่ไม่เคยทำ แล้วกำลังจะทำครั้งแรก มันก็ดูเหมือนยากทั้งนั้นแหล่ะ แต่ถ้าได้ลองครั้งนึงแล้วทำได้ ต่อไปมันก็ไม่ยากแล้ว) ดูไปดูมา ก็เจอบล็อคที่อ่านแล้วได้รายละเอียดใช้จริงของคุณ Pom การจดบริษัทด้วยตัวเองไม่ยากอย่างที่คิด ซึ่งได้ข้อมูลดีๆ เยอะมาก รวมทั้งสอดแทรกข้อควรระวังต่างๆ สำหรับมือใหม่ไว้เยอะด้วย

เลยเขียนบล็อคนี้เก็บบันทึกไว้ เพราะถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในชีวิตที่สำคัญเหมือนกัน 🙂 อีกส่วนก็อยากจะแชร์ประสบการณ์ที่ได้จากความพยายามในการจดบริษัท สำหรับคนที่อยากจะลองจดบริษัทด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปจ้างเค้า ประหยัดทั้งเงิน ได้ทั้งประสบการณ์

การจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองผ่านออนไลน์ มีทั้งหมด 5 ขั้นตอนดังนี้

1. จองชื่อบริษัท (รู้ผลภายใน 30 นาที – 1 ชั่วโมง)

2. เตรียมข้อมูลต่างๆให้พร้อมเพื่อจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์

3. รอให้นายทะเบียนตรวจสอบ ถ้ามีส่วนที่ต้องแก้ไข นายทะเบียนจะบอกให้ว่าต้องแก้ตรงไหน (รอประมาณ 1-3 วัน)

4. พิมพ์แบบฟอร์มที่ผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยมาให้บุคคลที่ระบุในแต่ละหน้าเซ็น และเตรียมเอกสารเพิ่มเติม

5. นำไปจดทะเบียนที่สำนักพัฒนาธุรกิจการค้าเขตใกล้บ้าน

ขั้นตอนที่ 1: จองชื่อบริษัท

สำหรับใครที่มีชื่อบริษัทในใจแล้ว ให้เข้าไปที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เลย ถ้ายังไม่มี account ก็ต้องสมัครให้เรียบร้อย ซึ่งประชาชนทุกคนสามารถได้ฟรี มีขั้นตอนการสมัครเหมือนเว็บไซต์ทั่วๆไป ดังนั้นขอข้ามขั้นตอนการสมัครสมาชิกไปนะคะ

เมื่อได้ account เรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่ จองชื่อ/จดทะเบียนนิติบุคคล Login เข้าไป แล้วคลิกที่ “จองชื่อห้างหุ้นส่วน/บริษัทจำกัด” ในขั้นตอนนี้เราควรจะลองค้นหาโดยใช้ชื่อที่เราคิดเอาไว้ ว่ามีไปซ้ำหรือใกล้เคียงกับชื่อบริษัทที่เค้าเคยจดกันไปแล้วหรือเปล่า ซึ่งถ้าซ้ำแบบตรงตัว ก็คือไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าแค่ใกล้เคียง ก็ลองยื่นดู แนะนำให้คิดเผื่อๆไว้ 2-3 ชื่อเลย เมื่อ submit ไป ก็รอนายทะเบียนตรวจสอบ ปกติจะรู้ผลใน 30 นาทีค่ะ เมื่อนายทะเบียนคอนเฟิร์มมาแล้วว่าชื่อที่ขอไปใช้ได้ ก็ไปขั้นตอนต่อไปเลย

ปล. ชื่อที่จองนี้จะต้องนำไปจดทะเบียนนิติบุคคลภายใน 30 วัน ไม่งั้นต้องจองใหม่

ขั้นตอนที่ 2: เตรียมข้อมูลให้พร้อมเพื่อจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์

การจดบริษัทออนไลน์ผ่านเว็บนั้นสามารถทำได้เอง และรู้ผลใน 1-3 วัน (อยู่ในลิ้งค์ที่ชื่อว่า “จดบริคณห์สนธิและบริษัทในวันเดียว”) แต่ก่อนที่เราจะเข้าไปกรอกข้อมูลเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งในเรื่องของข้อมูลที่จำเป็นในการกรอก และเรื่องที่ไม่น่าจะต้องมาวุ่นวาย แต่วุ่นวายมาก ก็คือ browser ที่ใช้ในการกรอก เพราะทางเว็บบอกว่าต้องใช้เป็น IE8 เท่านั้น ถึงจะใช้กรอกข้อมูลได้ไม่มีปัญหา ซึ่งตอนแรกไม่เชื่อ ก็กรอกด้วย Chrome ไป สุดท้ายก็พบว่ามันไม่เวิร์คจริงๆ ต้องวิ่งไปยืมเครื่องน้องที่รู้จักกันมาใช้ (เดี๋ยวจะเขียนเพิ่มเติมสำหรับคนที่อยากลง IE8 ไว้ใช้งานบนเครื่อง mac)

สำหรับข้อมูลที่เราต้องเตรียม มีดังนี้

1. ข้อมูลผู้ถือหุ้น

2. ข้อมูลกรรมการบริษัท คนเดียวก็ได้ ไม่มีปัญหา

3. ข้อมูลผู้เริ่มก่อการ อันนี้ต้องมีตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป หากเรามีคนเดียว ที่เค้าแนะนำกันก็คือไปเอาชื่อพี่น้อง พ่อแม่ มาใส่เป็นหุ้นลมไป ให้ถือ 1% ก็ได้

4. ทุนจดทะเบียน นิยมจดกันที่ 1 ล้านบาท (เพราะดูน่าเชื่อถือระดับนึง และถ้าจดเกิน 1 ล้าน ค่าธรรมเนียมก็จะเพิ่มขึ้น) สำหรับทุนจดทะเบียนบริษัท 1 ล้านบาท ไม่ได้แปลว่าเราต้องมีเงินไปแช่ในบัญชี 1 ล้านบาทจริงๆ แต่เป็นการจำกัดความรับผิดชอบความเสียหายที่บริษัทอาจจะไปก่อขึ้น (ฉะนั้นยิ่งทุนเยอะยิ่งน่าเชื่อถือ) ในส่วนของทุนจดทะเบียน จะมีส่วนที่กรอกเพิ่มเรียกว่า เงินชำระค่าหุ้น ตามกฏหมายกำหนดให้ชำระไว้ที่ 25% เป็นอย่างน้อย (ไม่ต้องมีจริงๆอีกเหมือนกัน) เราก็กรอกไปตามสัดส่วนทุนที่เราจด และ % ของผู้ถือหุ้นคนนั้นๆ

5. รายละเอียดที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่ที่บ้านได้เลย หรือจะใช้เป็นที่คอนโดก็ได้ หากไม่ได้เป็นเจ้าของเอง ต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ถ้าเป็นเจ้าของเองก็สบายไปอีกนิดนึง ไม่ต้องทำเอกสารไปหนึ่งใบ

6. พยาน 2 คน อันนี้ใครก็ได้ ที่ยอมให้ข้อมูลเรา และเซ็นเอกสารให้เราได้ (ใช้ ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน วันเกิด ที่อยู่ อาชีพ)

7. ข้อมูลผู้สอบบัญชี ใช้เป็นชื่อ-นามสกุล เลขที่สอบบัญชี อันนี้ถ้ามีคนรู้จักก็ดีไป ลองถามๆคนรอบข้างดู เพราะใช้แต่ในนาม ไม่จำเป็นต้องทำบัญชีกับคนนี้ก็ได้ ซึ่งตอนสุดท้ายจะมีให้ใส่ว่าจ้างคนทำบัญชีเป็นเงินเท่าไหร่ด้วย ก็ใส่ไปก่อนเท่าไหร่ ไม่ต้องเป็นตัวเลขจริง และยังไม่ต้องไปทำจ้างคนทำบัญชีจริงๆ

8. อำนาจกรรมการ ระบุว่าต้องกี่คนเซ็น ต้องมีตราประทับหรือไม่ เอกสารถึงจะใช้ได้ (ถ้าเลือกต้องมีตราประทับก็จะต้องทำตรายางด้วย)

9. วัตถุประสงค์เริ่มแรก ส่วนนี้เป็นส่วนที่งงที่สุดและเป็นส่วนที่โดน reject กลับมา เพราะเราดันไป copy วัตถุประสงค์ตัวอย่างมาทั้งดุ้น แล้วใส่ไป 20 กว่าข้อ นายทะเบียนแจ้งกลับมาให้ปรับให้กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ (อ้าวว ก็ลอกของที่ทางกรมเขียนมาเลยนะ 55) สรุปคือต้องมานั่งดูอีกรอบ โดยลองค้นหาวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องจากที่เค้าเขียนมา แล้วสรุปว่าของเราทำอะไรบ้าง โดยเขียนให้กระชับ สั้นลง รู้เรื่องมากขึ้น ส่งกลับไปใหม่ แล้วก็ผ่านไม่มีปัญหา ตรงนี้สุดท้ายจะต้องมีวัตถุประสงค์หลักที่ต้องใส่เลขหมวด อย่างน้อย 1 ข้อ ก็เลือกจากเว็บเค้ามานั่นแหล่ะ

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วก็ลุยเข้าไปกรอกข้อมูลได้เลย ในขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรยาก ทำตามสเต็ปไปเรื่อยๆ (ทำผ่าน IE8 นะจ๊ะ อย่าลืม) เมื่อเสร็จแล้วก็คลิก “ส่งให้นายทะเบียนตรวจสอบได้”

ขั้นตอนที่ 3: รอให้นายทะเบียนตรวจสอบ

ถ้ามีส่วนที่ต้องแก้ไข นายทะเบียนจะบอกให้ว่าต้องแก้ตรงไหน (รอประมาณ 1-3 วัน) ก็ทำการแก้ไขแล้ว submit ไปใหม่ รออีก 1-3 วัน ถ้าผ่านแล้วเราถึงจะทำการพิมพ์เอกสารออกมาใช้งานได้

ขั้นตอนที่ 4: เตรียมเอกสารให้พร้อม

เอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนไปจดจริง มีดังนี้

1. เอกสารแบบฟอร์มการจดทะเบียนบริษัทที่ผ่านการตรวจสอบเรียบร้อย พิมพ์ออกมาทุกหน้าแล้วนำมาให้บุคคลที่มีชื่อในแต่ละหน้าเซ็น ถ้ากำหนดว่าต้องใช้ตราประทับ ก็ต้องเตรียมตราประทับไว้ประทับด้วย ถ้าไม่แน่ใจ คิดว่าน่าจะไปประทับหน้างานได้ การพิมพ์เอกสารนี้ ประเด็นอยู่ที่ต้องใช้ IE 8 พิมพ์ อย่าลืมดูให้ดี เพราะเอกสารบางตัวมี 2 หน้า ต้องพิมพ์ออกมาให้ครบ

2. เอกสารประกอบอื่นๆ ที่ต้องเตรียมเพิ่มเติม ตามนี้

– แบบจองชื่อนิติบุคคล ที่จองไว้ในข้อแรก (สั่งพิมพ์ได้จาก “ค้นหาและจองชื่อนิติบุคคล”)

– สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้ร่วมก่อการและกรรมการทุกคน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง (เตรียมไปเผื่อๆคนละ 3 ชุดละกัน)

– หลักฐานการชำระค่าหุ้น ที่ออกให้ผู้ถือหุ้นแต่ละคน ดูตัวอย่างใบชำระค่าหุ้น สำคัญคือต้องลงวันที่เป็นวันเดียวกับวันที่ในใบรายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท

– แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสถานที่ใกล้เคียงโดยสังเขป ข้อนี้เท่าที่ลองถามพี่ๆมา บอกว่าใช้ google map ไม่น่าได้ ก็เลยทำเตรียมไว้ ทั้งแบบ google map และแบบที่วาดแผนที่เองจากโปรแกรม illustrator

– สำเนาทะเบียนบ้านที่จะใช้เป็นที่ตั้งสำนักงาน สัญญาซื้อขาย สำเนาโฉนด เอาไปเผื่อให้หมด ถ้าไม่ใช่เจ้าของ ต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้ที่อยู่นั้นด้วย (ข้อนี้ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะใช้ที่อยู่ตัวเอง ที่ตัวเองเป็นเจ้าบ้าน ก็เลยง่ายหน่อย)

– รูปถ่ายป้ายบริษัท และรูปถ่ายภายในออฟฟิศ 2-3 รูป ข้อนี้บางคนก็ว่าไม่ต้องใช้ บางคนก็ว่าต้องใช้ เราก็เอาไปเผื่อๆไว้ก่อนดีกว่า สรุปว่าไม่ต้องใช้ ถ้าไม่ได้จด Vat

3. ค่าธรรมเนียม (ทุนจด 1 ล้าน ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 5,600 บาท + ค่าอากรสแตมป์  ค่าธรรมเนียมออกเอกสารอีก 700 บาท รวมเป็น 6,300 บาท) สามารถเตรียมเงินสดไปชำระตอนที่จดทะเบียนได้

ขั้นตอนที่ 5: นำไปจดทะเบียนที่สำนักพัฒนาธุรกิจการค้าเขตใกล้บ้าน

หลังจากเตรียมเอกสารเรียบร้อยเราก็ไปที่ สำนักพัฒนาธุรกิจการค้า เนื่องจากเตรียมตัวมาพร้อม จะมีที่ต้องแก้คือวันที่ในใบชำระค่าหุ้น ซึ่งนายทะเบียนบอกว่าต้องตรงกับวันที่ประชุมจัดตั้งบริษัท ก็เลยต้องไปแก้วันที่ โดยใช้เครื่องพิมพ์ดีดพิมใหม่ ที่เหลือไม่มีอะไร ใช้เวลาไปประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ เสียเงินไปทั้งสิ้น 6,300 บาทถ้วน ก็ได้เป็นเจ้าของบริษัทจำกัดเรียบร้อย

ข้อควรรู้ในการจดบริษัท เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

1. ตอนแรกสะกดชื่อบริษัทภาษาไทยตกไป เลยโทรไปถาม call center ว่าจะทำแก้ไขหน้างานได้มั้ย เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่สามารถแก้ไขได้ถ้าทำการจองผ่านอินเตอร์เน็ต ต้องเริ่มใหม่หมด โดยไปยกเลิกชื่อเดิม แล้วจองชื่อใหม่ แล้วกรอกรายละเอียดใหม่หมด

2. วัตถุประสงค์ ไป copy จากกรมการค้ามาทั้งหมดไม่ได้ เค้าจะบอกว่าเยิ่นเย้อ อ่านไม่รู้เรื่อง วิธีก็คือให้ลอง search หาคำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่เราจะทำบนตัวอย่างที่มีอยู่บนเว็บของกรมการค้า อ่านดู แล้วเอาเขียนเองให้กระชับ เข้าใจง่าย (แต่ละข้อไม่ควรจะเกิน 2 บรรทัด) ที่เขียนไปก็ผ่านได้สบายๆ

เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

Leave a Reply

iameveme